Showing posts with label ปิดบัญชี. Show all posts
Showing posts with label ปิดบัญชี. Show all posts

little-23 : วิธีปิดบัญชีธนาคารอันชาญฉลาดที่ถูกปกปิดมานาน

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความความรู้เรื่องนี้ ที่ได้จากเพื่อนๆ บนอินเตอร์เน็ต ยังคงวนเวียนอยู่กับเงินๆ ทองๆ และธนาคาร อีกแล้วครับ วันนี้ (6/1/2552) ผมได้รับอีเมล์ที่แนะนำในเรื่องการปิดบัญชี แล้วไม่เสียโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยนะครับ ลองอ่านกันดูนะครับ และตอนท้ายผมยังได้ให้ข้อมูลที่ได้โทรไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางธนาคารมา รวมทั้งผมยังเสนอแนะเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วยครับ
.
..........................................................
.
ที่มาบอกเนี่ยเพราะเป็นวิธีที่ธนาคารปกปิดมาตลอด
เคยมีหนังสือพิมพ์ออกมาขายแต่ธนาคารสั่งเก็บหมด
โปรด..อ่าน..ช้า ช้า.......

หากคิดต้องการถอนเงิน โดยจะไม่ใช้บัญชีนี้อีกต่อไปแล้ว......
.

little-23 : วิธีปิดบัญชีธนาคารอันชาญฉลาดที่ถูกปกปิดมานาน

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความความรู้เรื่องนี้ ที่ได้จากเพื่อนๆ บนอินเตอร์เน็ต ยังคงวนเวียนอยู่กับเงินๆ ทองๆ และธนาคาร อีกแล้วครับ วันนี้ (6/1/2552) ผมได้รับอีเมล์ที่แนะนำในเรื่องการปิดบัญชี แล้วไม่เสียโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยนะครับ ลองอ่านกันดูนะครับ และตอนท้ายผมยังได้ให้ข้อมูลที่ได้โทรไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางธนาคารมา รวมทั้งผมยังเสนอแนะเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วยครับ
.
.......................................

ที่มาบอกเนี่ยเพราะเป็นวิธีที่ธนาคารปกปิดมาตลอด
เคยมีหนังสือพิมพ์ออกมาขายแต่ธนาคารสั่งเก็บหมด
โปรด..อ่าน..ช้า ช้า.......

หากคิดต้องการถอนเงิน โดยจะไม่ใช้บัญชีนี้อีกต่อไปแล้ว......

ห้ามเบิกเงินแค่ที่มีในบัญชี ให้ใช้วิธี....ไม่กรอกตัวเลข ... แต่..เขียน.. ปิดบัญชี
เพียงเท่านี้..ธนาคารต้องจ่ายดอกเบี้ยคุณ 6 เดือน

วิธีนี้..เป็นวิธีที่ธนาคารไม่พยายามบอกคนฝากเงิน เพราะธนาคารมันเสียเปรียบ...

แต่ต้องเป็นกรณีที่เป็นบัญชีออมทรัพย์นะ ถ้าเป็นบัญชี ฝากประจำเราจะไม่ได้ดอก เพราะถือว่าฝากไม่ครบตามกำหนด

แต่ถ้าบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ หรือที่เรียกว่า savings (สะสมทรัพย์) ธนาคารจะคิดดอกให้ทุกวันตามยอดเงินที่มี...เข้า ๆ ออก ๆ เมื่อครบ 6 เดือนจะต้องคิดดอกเบี้ยให้

ดังนั้นถ้าใครปิดบัญชี เขาก็ต้องคิดดอกมาให้ด้วยส่วนมากประชาชนจะไม่รู้ ก็จะถอนแค่จำนวนเงินที่มีในบัญชี แล้วก็ทิ้งสมุดไว้..ตรงนี้แหละที่ธนาคารได้กำไร เพราะสมุดนั้นพอทิ้งไว้นานเกินก็จะปิดไปเอง และเดี๋ยวนี้ธนาคารส่วนมากจะกำหนดให้ บัญชีต้องมีเงินเหลือติดอยู่ อย่างน้อย ๆ 500 บาท หากขาดการเคลื่อนไหวนานเกิน 3 - 6 เดือน ก็จะเริ่มหักค่ารักษาบัญชี รายละประมาณ 50 บาทหรือไงเนี่ยแหละ

ที่บอกนี่เป็นผลประโยชน์ของผู้บริโภคน่ะ แต่ส่วนมากมักจะไม่ชอบไปธนาคาร ถอนทางเอทีเอ็ม แล้วก็คิดว่าที่เหลือแค่เศษสตางค์ช่างมัน..พอเราขาดการติดต่อธนาคาร เขาก็หักค่ารักษาบัญชี เงินไม่พอเขาก็ปิด บช เองตามกฎ

.............................................
.
ครับ หลังจากที่ผมได้อ่านอีเมล์นี้แล้ว ผมก็ได้โทรไปสอบถามเบอร์ Call Center ธนาคาร ที่มีเลข 7 ตัว เหมือนกันหมด ได้ความว่า โดยปกติการปิดบัญชีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เมื่อเราแจ้งเจ้าหน้าที่ เขาก็จะอัพเดทยอดเงิน และดอกเบี้ย ณ วันที่จะปิดบัญชีไปด้วย แล้วก็ให้ลูกค้ากรอกจำนวนทั้งหมดที่โชว์ในสมุดบัญชี ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบปกติ
.
ผมคิดว่า การที่ในอีเมล์แนะนำว่าให้เขียน "ปิดบัญชี" ในใบถอนเงินนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับเราบอกเจ้าหน้าที่ว่า ขอปิดบัญชี เหมือนกัน ดังนั้นการทำในลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นการรักษาสิทธิ์ ตัวผมเองบางทีก็กดเงินจาก ATM ให้ได้เท่าที่ยอดจะถอนได้ บางทีก็เหลือเงิน 50 บาท เป็นต้น แล้วก็ปล่อยให้บัญชีถูกปิดอัตโนมัติ ซึ่งก็น่าจะเหมือนคนส่วนใหญ่
.
แต่ทั้งนี้ ผมก็อยากให้มองเจตนาดีไว้ก่อนนะครับ แต่กันพลาด เพื่อนๆ ก็รักษาสิทธิ์ไว้ก่อนก็เป็นการดีนะครับ แนะนำนิดหน่อย คือเดี๋ยวนี้จะมีเครื่องอัพเดทสมุดบัญชี ก่อนปิดบัญชี ก็อัพเดทซะหน่อยก็ดีครับ จะได้อุ่นใจ ที่เหลือก็แค่ให้เจ้าหน้าที่ดูดอกเบี้ยเท่านั้น อย่าลืมนะครับ ดอกเบี้ยออมทรัพย์นั้น ถึงจะน้อย ก็มีทุกวันครับ
ขอบคุณครับ

บทความที่ได้รับความนิยมในการอ่าน 1-10 อันดับแรก