Showing posts with label ปรีดา ลิ้มนนทกุล. Show all posts
Showing posts with label ปรีดา ลิ้มนนทกุล. Show all posts

little-23 : วิธีปิดบัญชีธนาคารอันชาญฉลาดที่ถูกปกปิดมานาน

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความความรู้เรื่องนี้ ที่ได้จากเพื่อนๆ บนอินเตอร์เน็ต ยังคงวนเวียนอยู่กับเงินๆ ทองๆ และธนาคาร อีกแล้วครับ วันนี้ (6/1/2552) ผมได้รับอีเมล์ที่แนะนำในเรื่องการปิดบัญชี แล้วไม่เสียโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยนะครับ ลองอ่านกันดูนะครับ และตอนท้ายผมยังได้ให้ข้อมูลที่ได้โทรไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางธนาคารมา รวมทั้งผมยังเสนอแนะเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วยครับ
.
..........................................................
.
ที่มาบอกเนี่ยเพราะเป็นวิธีที่ธนาคารปกปิดมาตลอด
เคยมีหนังสือพิมพ์ออกมาขายแต่ธนาคารสั่งเก็บหมด
โปรด..อ่าน..ช้า ช้า.......

หากคิดต้องการถอนเงิน โดยจะไม่ใช้บัญชีนี้อีกต่อไปแล้ว......
.

little-22 : "เรื่องใหม่ของ ATM นับเงินทุกครั้งที่กด" เพราะอาจจะเจออย่างอื่นครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ได้ติดตามอ่านบทความที่เป็นประโยชน์จากผม บทความตอนนี้เป็นเรื่องจริงจากผู้เสียหายจริง ที่ผมได้รับทางอีเมล์ หัวข้อ "เรื่องใหม่ของ ATM นับเงินทุกครั้งที่กด" ผมจึงโทรศัพท์ไปคุยมาด้วยนะครับ เพราะว่าคุณถวัลย์ ลงชื่อ-นามสกุลให้ทุกคนติดต่อได้ ผมถึงกล้าลงข้อมูลในบล็อกครับ ไม่ใช่เรื่องแบงค์ปลอม แต่เป็นกระดาษเลยครับ ตอนจบอีเมล์ของคุณถวัลย์ ผมได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ ลองอ่านกันดูนะครับ .....อ่านต่อ



little-21 : กำลังดังเลยครับ การสังเกต "แบงค์พันปลอม" ตอน 3 (จบครับ)

สวัสดีครับ เพื่อนๆ กับข่าวดัง "แบงค์ปลอม" ที่กำลังระบาดอยู่ ซึ่งผมก็ได้เขียนไปแล้วทั้ง 2 ตอน และบทความตอนนี้เป็นตอน 3 และน่าจะเป็นตอนจบแล้วครับ ไหนๆ ก็จะได้สังเกตุแบงค์พันปลอมไปแล้ว ก็มาดูรายละเอียดกันให้ครบทุกชนิดกันเลยนะครับ ทั้ง 500, 100, 50 และ 20 บาท เพราะรู้สึกว่าผมได้ยินข่าวว่า แบงค์ 20 ยังมีปลอมกันเลยครับ งั้นก็ดูภาพกันเลยนะครับ .....อ่านต่อ


little-20 : กำลังดังเลยครับ การสังเกต "แบงค์พันปลอม" ตอน 2

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลังจากที่ผมได้เขียนบทความในตอนแรก little-19 : กำลังดังเลยครับ การสังเกตุ "แบงค์พันปลอม" ปรากฏว่าได้รับการเข้าชมมากพอสมควร เพราะส่วนหนึ่งผมก็ส่งอีเมล์ด้วยนะครับ ผมถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมก็ส่งไปก่อนครับ โดนต่อว่าท่านไหนก็ลบอีเมล์ออก และยังสามารถช่วยเพื่อนบางคนได้ด้วย ผมดีใจมาก และก็ยังได้รับการตอบกลับมาทางอีเมล์จากเพื่อนท่านหนึ่ง

เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลแบงค์ปลอม ที่ผมก็พึ่งทราบว่า แบงค์พันบาทบ้านเรามี 2 รุ่น ที่ใช้งานกัน คือ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2542 ที่ไม่มีแถบเงิน และรุ่นที่มีแถบเงินที่ออกใช้เมื่อ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 อย่างไรก็ดี ผมจึงอยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านบทความชี้แนะจากเพื่อนๆ ที่ส่งมาให้ผมนะครับ .....อ่านต่อ


little-19 : กำลังดังเลยครับ การสังเกต "แบงค์พันปลอม"

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านความรู้เล็กๆ น้อยๆ จากผม ซึ่งผมก็หายไปนานเลย สำหรับบล็อกนี้นะครับ ดังนั้นจึงขอนำเรื่องร้อนในบ้านเมืองเราช่วงนี้เลยครับ มาให้ได้อ่านกัน คือเรื่อง "แบงค์พันปลอม" ที่กำลังระบาดกันไปทั่ว จนพ่อค้า แม่ค้า ที่ตลาด (เห็นแม่ไพ บอกว่า ที่ตลาดปากเกร็ด เขาติดป้ายเลยว่า "ไม่รับแบงค์พัน") ไม่กล้ารับแบงค์พันกันแล้วครับ

มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้รับอีเมล์จากเพื่อนๆ ที่ส่งต่อกันมา เป็นการพิจารณาถึงข้อแตกต่างของแบงค์พันจริง กับปลอม เป็นภาพถ่ายเปรียบเทียบตำแหน่งต่างๆ ที่ให้พิจารณา จริงๆ แล้วผมลองดูๆ นะครับ ผมว่า ถ้าเพื่อนๆ ดูให้ดีๆ จะเห็นข้อแตกต่างมากกว่าที่ในภาพเปรียบเทียบแนะนำเสียอีก .....อ่านต่อ


บทความ "การแก้ไขเครดิตบูโร"

little-23 : วิธีปิดบัญชีธนาคารอันชาญฉลาดที่ถูกปกปิดมานาน

สวัสดีครับ เพื่อนๆ บทความความรู้เรื่องนี้ ที่ได้จากเพื่อนๆ บนอินเตอร์เน็ต ยังคงวนเวียนอยู่กับเงินๆ ทองๆ และธนาคาร อีกแล้วครับ วันนี้ (6/1/2552) ผมได้รับอีเมล์ที่แนะนำในเรื่องการปิดบัญชี แล้วไม่เสียโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยนะครับ ลองอ่านกันดูนะครับ และตอนท้ายผมยังได้ให้ข้อมูลที่ได้โทรไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางธนาคารมา รวมทั้งผมยังเสนอแนะเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วยครับ
.
.......................................

ที่มาบอกเนี่ยเพราะเป็นวิธีที่ธนาคารปกปิดมาตลอด
เคยมีหนังสือพิมพ์ออกมาขายแต่ธนาคารสั่งเก็บหมด
โปรด..อ่าน..ช้า ช้า.......

หากคิดต้องการถอนเงิน โดยจะไม่ใช้บัญชีนี้อีกต่อไปแล้ว......

ห้ามเบิกเงินแค่ที่มีในบัญชี ให้ใช้วิธี....ไม่กรอกตัวเลข ... แต่..เขียน.. ปิดบัญชี
เพียงเท่านี้..ธนาคารต้องจ่ายดอกเบี้ยคุณ 6 เดือน

วิธีนี้..เป็นวิธีที่ธนาคารไม่พยายามบอกคนฝากเงิน เพราะธนาคารมันเสียเปรียบ...

แต่ต้องเป็นกรณีที่เป็นบัญชีออมทรัพย์นะ ถ้าเป็นบัญชี ฝากประจำเราจะไม่ได้ดอก เพราะถือว่าฝากไม่ครบตามกำหนด

แต่ถ้าบัญชีเงินฝากแบบออมทรัพย์ หรือที่เรียกว่า savings (สะสมทรัพย์) ธนาคารจะคิดดอกให้ทุกวันตามยอดเงินที่มี...เข้า ๆ ออก ๆ เมื่อครบ 6 เดือนจะต้องคิดดอกเบี้ยให้

ดังนั้นถ้าใครปิดบัญชี เขาก็ต้องคิดดอกมาให้ด้วยส่วนมากประชาชนจะไม่รู้ ก็จะถอนแค่จำนวนเงินที่มีในบัญชี แล้วก็ทิ้งสมุดไว้..ตรงนี้แหละที่ธนาคารได้กำไร เพราะสมุดนั้นพอทิ้งไว้นานเกินก็จะปิดไปเอง และเดี๋ยวนี้ธนาคารส่วนมากจะกำหนดให้ บัญชีต้องมีเงินเหลือติดอยู่ อย่างน้อย ๆ 500 บาท หากขาดการเคลื่อนไหวนานเกิน 3 - 6 เดือน ก็จะเริ่มหักค่ารักษาบัญชี รายละประมาณ 50 บาทหรือไงเนี่ยแหละ

ที่บอกนี่เป็นผลประโยชน์ของผู้บริโภคน่ะ แต่ส่วนมากมักจะไม่ชอบไปธนาคาร ถอนทางเอทีเอ็ม แล้วก็คิดว่าที่เหลือแค่เศษสตางค์ช่างมัน..พอเราขาดการติดต่อธนาคาร เขาก็หักค่ารักษาบัญชี เงินไม่พอเขาก็ปิด บช เองตามกฎ

.............................................
.
ครับ หลังจากที่ผมได้อ่านอีเมล์นี้แล้ว ผมก็ได้โทรไปสอบถามเบอร์ Call Center ธนาคาร ที่มีเลข 7 ตัว เหมือนกันหมด ได้ความว่า โดยปกติการปิดบัญชีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เมื่อเราแจ้งเจ้าหน้าที่ เขาก็จะอัพเดทยอดเงิน และดอกเบี้ย ณ วันที่จะปิดบัญชีไปด้วย แล้วก็ให้ลูกค้ากรอกจำนวนทั้งหมดที่โชว์ในสมุดบัญชี ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบปกติ
.
ผมคิดว่า การที่ในอีเมล์แนะนำว่าให้เขียน "ปิดบัญชี" ในใบถอนเงินนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับเราบอกเจ้าหน้าที่ว่า ขอปิดบัญชี เหมือนกัน ดังนั้นการทำในลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นการรักษาสิทธิ์ ตัวผมเองบางทีก็กดเงินจาก ATM ให้ได้เท่าที่ยอดจะถอนได้ บางทีก็เหลือเงิน 50 บาท เป็นต้น แล้วก็ปล่อยให้บัญชีถูกปิดอัตโนมัติ ซึ่งก็น่าจะเหมือนคนส่วนใหญ่
.
แต่ทั้งนี้ ผมก็อยากให้มองเจตนาดีไว้ก่อนนะครับ แต่กันพลาด เพื่อนๆ ก็รักษาสิทธิ์ไว้ก่อนก็เป็นการดีนะครับ แนะนำนิดหน่อย คือเดี๋ยวนี้จะมีเครื่องอัพเดทสมุดบัญชี ก่อนปิดบัญชี ก็อัพเดทซะหน่อยก็ดีครับ จะได้อุ่นใจ ที่เหลือก็แค่ให้เจ้าหน้าที่ดูดอกเบี้ยเท่านั้น อย่าลืมนะครับ ดอกเบี้ยออมทรัพย์นั้น ถึงจะน้อย ก็มีทุกวันครับ
ขอบคุณครับ

little-21 : กำลังดังเลยครับ การสังเกต "แบงค์พันปลอม" ตอน 3 (จบครับ)

สวัสดีครับ เพื่อนๆ กับข่าวดัง "แบงค์ปลอม" ที่กำลังระบาดอยู่ ซึ่งผมก็ได้เขียนไปแล้วทั้ง 2 ตอน และบทความตอนนี้เป็นตอน 3 และน่าจะเป็นตอนจบแล้วครับ ไหนๆ ก็จะได้สังเกตุแบงค์พันปลอมไปแล้ว ก็มาดูรายละเอียดกันให้ครบทุกชนิดกันเลยนะครับ ทั้ง 500, 100, 50 และ 20 บาท เพราะรู้สึกว่าผมได้ยินข่าวว่า แบงค์ 20 ยังมีปลอมกันเลยครับ งั้นก็ดูภาพกันเลยนะครับ




ผมหวังว่าจะได้รับประโยชน์กัน ไมฝ่มากก็น้อยนะครับ รายละเอียดต่างๆ ของธนบัตรไทยนั้น สามารถดูได้ที่ http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/production_and_security/Pages/counterfeit_deterrence.aspx ซึ่งจะมีลักษณะสำคัญๆ ที่จะพิจารณาถึงจุดเด่นของพันธบัตรไทย หรือแบงค์ไทยทั้งหมฝด ซึ่งปลอมแปลงยาก ตามหัวข้อดังนี้ครับ

ผมคิดว่า ถ้าเรารู้หลักของจุดเด่นด้านการปลอมแปลง น่าจะดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นแบงค์ขนาดชนิดราคาเท่าไหร่ เราก็พิจารณาได้เหมือนกันครับ

ขอบคุณครับ
ปรีดา ลิ้มนนทกุล

mobile : 086-322-9307 email : preeda.limnontakul@gmail.com

website : http://www.educationatclick.com/ , http://pwdom.com/

little-22 : "เรื่องใหม่ของ ATM นับเงินทุกครั้งที่กด" เพราะอาจจะเจออย่างอื่นครับ

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ได้ติดตามอ่านบทความที่เป็นประโยชน์จากผม บทความตอนนี้เป็นเรื่องจริงจากผู้เสียหายจริง ที่ผมได้รับทางอีเมล์ หัวข้อ "เรื่องใหม่ของ ATM นับเงินทุกครั้งที่กด" ผมจึงโทรศัพท์ไปคุยมาด้วยนะครับ เพราะว่าคุณถวัลย์ ลงชื่อ-นามสกุลให้ทุกคนติดต่อได้ ผมถึงกล้าลงข้อมูลในบล็อกครับ ไม่ใช่เรื่องแบงค์ปลอม แต่เป็นกระดาษเลยครับ ตอนจบอีเมล์ของคุณถวัลย์ ผมได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ ลองอ่านกันดูนะครับ
.....................................................

กระผม นายถวัลย์ วิรุฬห์เพชร ผจ.ผ.รซ./คก.บป. มีประสบการณ์อยากเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการกดเงิน จากตู้ ATM ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาสมเด็จ ณ ศรีราชา(กรุงไทย ศรีราชา เดิม อยู่ในตลาดศรีราชา) ดังนี้

1. วันเสาร์ ที่ 16 มิ.ย.50 เวลา 07.47 น. กระผมกด ATM ของ ธ.กรุงไทย สาขาสมเด็จฯ 9,900.-บาท (ดู Slip แนบ)




2. กระผม หยิบเงินจากช่องรับเงิน แล้วนับดูเป็นเงิน 9,800.- บาท พร้อมเศษกระดาษ ขนาด ~10 x 4 ซม. 1 แผ่น (ดูรูปแนบ)


3. ครั้งแรกคิดว่า... ;
3.1 ช่างมัน เงินร้อยเดียว
3.2 วันนี้แบงค์ก็หยุด มาติดต่อวันจันทร์ คงไม่ได้ เรื่องแล้วเพราะทิ้งห่างหลายวัน
3.3 ค่าน้ำมันและเวลาที่เสียไป คุ้มกันหรือไม่ ?และ
3.4 เวลาที่จะมาติดต่อก็ไม่ค่อยมี
3.5 หากเหตุที่เกิดขึ้น เป็นความจงใจของ จนท.แบงค์ ลูกค้าแบงค์รายอื่น ๆ อาจโดนบ้าง ก็เลยลองโทรฯ 1551 (ดูเบอร์โทรศัพท์จากSticker หน้าตู้ ATM)


4. จนท.แบงค์(โดยคุณพรเพ็ญ)รับเรื่องไว้ และจะตรวจสอบให้วัน จันทร์ที่ 18 มิ.ย.50 โดยขอเวลา ~ 1 สัปดาห์ หากเป็นจริงจะคืนเงินให้ โดยโอนเข้า บ/ช ธนาคารเลย

5. ตอนนี้ได้แต่คิดว่า แล้วถ้าไม่ได้เงินคืน จะทำอย่างไร

6. หรือถ้าได้เงินคืน แบงค์จะสอบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันหรือไม่
6.1 ถ้าเป็นความผิดพลาด คงให้อภัย และแบงค์ควรหาทางแก้ไขป้องกัน
6.2 ถ้าเป็นความจงใจของ จนท. ยักยอกเงิน จากตู้ ATM โดยเอาเศษกระดาษมาแทรกไว้ การยักยอกไม่ต้องทำถี่ และไม่ทำกับธนบัตร ใบละ1000.- / 500 .- บาท เพราะ ถ้ายักยอกเงินจาก ธนบัตร มูลค่ามาก ๆ ลูกค้า ต้องโวยวายแน่ จึงทำกับธนบัตรใบละร้อยก็พอ ใส่ธนบัตรใบละ 100.- บาท สัก 10,000 ใบ แทรกเศษกระดาษ ไว้ห่าง ๆ สัก 10 ใบ ก็ยักยอกได้แล้ว 1,000.-บาท ลูกค้ารับเงิน โดยไม่โวยวาย หรือไม่เคยนับว่าได้เงินครบหรือไม่ (คงจะมี) เป็นการเปิดโอกาสให้ จนท.ยักยอกเงินได้


กระดาษที่เครื่องจ่ายออกมาแทนแบงค์

7. ไม่แน่ใจว่ากรณีที่เกิดขึ้น แบงค์จะมีการแก้ไขป้องกัน หรือไม่ ?ฉะนั้นตั วเราเองต้องป้องกันตัวก่อน โดย
7.1 นับเงินทุกครั้งที่ ใช้บริการแบงค์ ทั้ง ถอนเงินสด หรือ กด ATM
7.2 เก็บ Slip เพื่อการตรวจสอบ
7.3 หลักฐานที่ ธนาคาร ต้องการในการตรวจ สอบ คือ หมายเลข บ/ช บัตรประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ
7.4 เบอร์โทรศัพท์ของ ธนาคาร กรณีติดต่อฉุกเฉิน(นอกเวลาทำงาน) ฯลฯ
.
เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ถ้าส่งต่อๆ ไป ก็จะเป็นประโยชน์มาก และการครั้งนี้ มิได้ตำหนิธนาคาร แต่ต้องการให้ธนาคารหาทางแก้ไขป้องกัน ถวัลย์ / โทรฯ 5606 / โทรฯ มือถือ 08 9542 7245
.
.........................................
.
จากที่ผมได้อ่านเรื่องราว ที่เกิดขึ้นมานานพอสมควร ผมไม่แน่ใจประเด็นแบงค์ปลอมในตู้ ATM นะครับ ถ้าผมมองในแง่ดีขึ้นมานิดหน่อย ว่าเกิดจากความผิดพลาดของคน ไม่ใช่ระบบ เช่น มองในประเด็นว่า ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความตั้งใจ ถือว่าอุกอาจมาก กระดาษเห็นๆ กันจะๆ เพียงแต่มีขนาดไม่เท่ากับขนาดแบงค์ร้อย ผมจึงมองไปว่า อาจจะเกิดจากความผิดพลาดของคน หรือเจ้าหน้าที่หรือ คือเหมือนกับว่า มันบังเอิญจริงๆ (คุณถวัลย์จึงโชคไม่ดีจริงๆ) แต่ก็มีข้อคิดอีกว่า ถ้ามันบังเอิญขนาดนั้น แล้วระบบของตู้ ATM ละ ไม่มีระบบการตรวจสอบธนบัตรเลยหรือ แล้วที่ธนาคารบอกว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีแบงค์ปลอมแน่นอน แต่ว่าเครื่องฯ ไม่ตรวจกระดาษ reuse ใช่หรือไม่ คือว่า เท่าที่ผมพิจารณาดูแล้ว เหตุผลในแต่ละด้าน ทั้งในเชิงบวก และในเชิงลบ มันยังค้านกันอยู่
  • ถ้าเจ้าหน้าที่ ไม่เจตนา คือเป็นเรื่องบังเอิญ แบบว่า มีแต่คนดีนะครับ ก็แสดงว่าระบบไม่ดี
  • ถ้าเจ้าหน้าที่เจตนา คือเป็นคนไม่ดี ยิ่งแสดงว่า ระบบไม่ดี แถมเจ้าหน้าที่ยังรู้ข้อบกพร่องอีก
ที่สำคัญ ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง คุณถวัลย์ คงไม่กล้านำออกมาเปิดเผย ให้เสี่ยงกับการถูกฟ้องร้อง ผมและคุณถวัลย์ หรือแม้แต่ผู้ใช้บริการทุกท่านนั้น โดยเจตนา ผมคิดว่า คงไม่มีใครถือโทษ โกรธธนาคารหรอกครับ ถ้าทางธนาคารจะมีกระบวนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และเยียวยาผู้ใช้บริการ ที่จะทำให้ผู้ใช้บริการที่ต้องเจอเหตุการณ์กับตนเองนั่นแหละครับ รู้สึกประทับใจกับตัวธนาคารเอง
.
ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าให้กับลูกค้า ถ้าสินค้านั้นมีปัญหาไม่ตรงกับสเปค (specification) หรือข้อกำหนด จะมีกระบวนการรับเรื่อง และติดตามที่เรียกว่า CAR มาจาก Corrective Action Report ซึ่งจะเป็นเอกสารติดตามปัญหาที่เกิดขึ้น และค้นหาสาเหตุ พร้อมหลักฐาน เพื่อส่งให้ลูกค้าได้รับทราบถึงปัญหา ที่สำคัญมากๆ ในรายงานจะจบลงที่ "ปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นอีก" ถือว่าเป็นกระบวนการที่ดี น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่อง รวมถึงงานบริการต่างๆ แม้แต่เรื่องนี้ด้วยก็ตาม
.
ถ้ามั่นใจระบบ แสดงว่า เกิดปัญหาจากคน (human error) ควรรีบดำเนินการจับคนผิดให้ได้ หรืออกมาให้คำตอบสังคม แต่ถ้าทราบว่า ระบบไม่สามารถตรวจสอบได้ 100% ยิ่งต้องแก้ไขทั้งระบบ ทั้งคน เพราะคนทุจริตเห็นช่องทาง เป็นอันตรายต่อชื่อเสียงของธนาคารมาก
.
ผมหวังว่า เพื่อนๆคงได้สาระเล็กๆ น้อยๆ จากบทความนี้นะครับ และผมก็ต้องขอขอบคุณ คุณถวัลย์ วิรุฬห์เพชร มากนะครับ ทีได้อนุญาตให้ผมได้นำบทความนี้มาลง เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม
.
ขอบคุณครับ
mobile : 086-322-9307

little-20 : กำลังดังเลยครับ การสังเกต "แบงค์พันปลอม" ตอน 2

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน หลังจากที่ผมได้เขียนบทความในตอนแรก little-19 : กำลังดังเลยครับ การสังเกตุ "แบงค์พันปลอม" ปรากฏว่าได้รับการเข้าชมมากพอสมควร เพราะส่วนหนึ่งผมก็ส่งอีเมล์ด้วยนะครับ ผมถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมก็ส่งไปก่อนครับ โดนต่อว่าท่านไหนก็ลบอีเมล์ออก และยังสามารถช่วยเพื่อนบางคนได้ด้วย ผมดีใจมาก และก็ยังได้รับการตอบกลับมาทางอีเมล์จากเพื่อนท่านหนึ่ง

เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลแบงค์ปลอม ที่ผมก็พึ่งทราบว่า แบงค์พันบาทบ้านเรามี 2 รุ่น ที่ใช้งานกัน คือ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2542 ที่ไม่มีแถบเงิน และรุ่นที่มีแถบเงินที่ออกใช้เมื่อ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 อย่างไรก็ดี ผมจึงอยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านบทความชี้แนะจากเพื่อนๆ ที่ส่งมาให้ผมนะครับ

เรื่อง ชี้แจงกรณีการส่งต่อ e-mail เตือนให้ระวังธนบัตรปลอม

ตามที่มีการ Forward e-mail จากบุคคลภายนอก แจ้งเตือนให้ระวังธนบัตรปลอม โดยแนบไฟล์รูปภาพธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท จำนวน ๒ ฉบับ พร้อมแนะนำจุดสังเกตไว้ด้วย นั้น เนื่องจากเป็นการนำธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ (ไม่มีแถบฟอยล์) มาเปรียบเทียบกับ ธนบัตรชนิดราคา ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์) ซึ่งธนบัตรทั้งสองแบบมีรายละเอียดและลวดลายบนธนบัตรที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเป็นจุดสังเกตหรือเปรียบเทียบว่าเป็นธนบัตรจริงหรือปลอมได้

ธปท. จึงขอเรียนให้ผู้ที่ได้รับเมล์ดังกล่าว โปรดระงับการส่งต่อเมล์ เพื่อป้องกันการส่งข้อมูลข่าวสารที่อาจสร้างความสับสนต่อสาธารณชน

วิธีสังเกตธนบัตรที่ถูกต้อง

๑. ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ (ไม่มีแถบฟอยล์) : http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/PublishingImages/1000serie15L.jpg

๒. ๑๐๐๐ บาท แบบ ๑๕ ปรับปรุง (มีแถบฟอยล์) : http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/PublishingImages/1000changeL.jpg

๓. ทั้งนี้ สามารถเข้าชมวิธีสังเกตธนบัตรในรูปแบบข้อมูลภาพและวิดีทัศน์ตาม Link : http://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/Pages/howtocheck.aspx

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑


คราวนี้ทั้งผม และเพื่อนๆ ก็ได้ทราบความจริงกันแล้วนะครับ ผมดีใจที่เพื่อนๆ ในโลกอินเตอร์เน็ตช่วยกันอย่างนี้นะครับ อย่าลืมนะครับ ถ้าจะดูภาพก็คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพขยายได้เลยนะครับ
ขอบคุณครับ

little-19 : กำลังดังเลยครับ การสังเกต "แบงค์พันปลอม"

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ที่ติดตามอ่านความรู้เล็กๆ น้อยๆ จากผม ซึ่งผมก็หายไปนานเลย สำหรับบล็อกนี้นะครับ ดังนั้นจึงขอนำเรื่องร้อนในบ้านเมืองเราช่วงนี้เลยครับ มาให้ได้อ่านกัน คือเรื่อง "แบงค์พันปลอม" ที่กำลังระบาดกันไปทั่ว จนพ่อค้า แม่ค้า ที่ตลาด (เห็นแม่ไพ บอกว่า ที่ตลาดปากเกร็ด เขาติดป้ายเลยว่า "ไม่รับแบงค์พัน") ไม่กล้ารับแบงค์พันกันแล้วครับ

มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้รับอีเมล์จากเพื่อนๆ ที่ส่งต่อกันมา เป็นการพิจารณาถึงข้อแตกต่างของแบงค์พันจริง กับปลอม เป็นภาพถ่ายเปรียบเทียบตำแหน่งต่างๆ ที่ให้พิจารณา จริงๆ แล้วผมลองดูๆ นะครับ ผมว่า ถ้าเพื่อนๆ ดูให้ดีๆ จะเห็นข้อแตกต่างมากกว่าที่ในภาพเปรียบเทียบแนะนำเสียอีก

ครับ ถ้าอย่างนั้น เพื่อนๆ ก็ลองดูกันเลยนะครับ คลิ๊กที่ภาพทั้งภาพด้านหน้า และภาพด้านหลัง ก็จะเห็นภาพที่มีขนาดใหญ่ขึ้นนะครับ



หวังว่า เพื่อนๆ คงได้รับประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ อาจจะพิมพ์ออกมาไปไว้แจกจ่ายให้คนอื่นๆ ได้ดูกันะครับ ถ้าบ้านใครทำมาค้าขาย จะได้ป้องกันพวกอาชญากรที่นำมาหลอกลวงประชาชนกันครับ

ขอบคุณครับ
mobile : 086-322-9307

บทความที่ได้รับความนิยมในการอ่าน 1-10 อันดับแรก